กลับไปรายการกระดานข่าว ตอบกลับ โพสใหม่

การป้องกันและควบคุมสารเคมี (Safety with chemical)

การป้องกันและควบคุมสารเคมี

(Safety with chemical)


       ข้อควรรู้เกี่ยวกับสารเคมี
              
  • สารเคมีบางชนิดสามารถติดไฟได้ง่าย
  • สารเคมีบางชนิดสามารถระเบิดได้

  • แม้จะปราศจากความร้อนแต่สารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงก็สามารถ ระเหยเป็นไอได้ทำให้ความชื้นในบรรยากาศโดยรอบเพิ่มขึ้นได้และบรรยากาศโดยรอบมีความบริสุทธิ์น้อยลง
  • การสัมผัสกับไอระเหยของสารเคมีมากเกินไป ทำให้ระคายเคืองต่อหู ตา จมูก ปากรู้สึกผิดปกติในกระเพาะอาหาร ความสามารถใน การทำงานจะลดน้อยลง
  • สารเคมีทุกชนิดสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง ถ้ากระเด็นเข้าตาโดยเฉพาะสารเคมีที่ร้อน แต่ก็ยังอันตรายน้อยกว่าการขับรถท่ามกลางการจราจรที่วุ่นวาย
  • ระดับความปลอดภัยของสารเคมีจะต้องให้สอดคล้องกับ ค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้
  • ค่ามาตรฐานความปลอดภัยจะช่วยให้ทุกคนปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย
  • การที่จะมีสุขภาพดีและมีความปลอดภัยในการทำงานจะต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมทั้งความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร คือต้องปฏิบัติตามค่ามาตรฐานความปลอดภัย
  • ควรเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนงาน  และเก็บบันทึกผลไว้
  • ให้คำแนะนำกับคนงานเรื่อง อันตรายของสารเคมีที่ใช้ในสถานประกอบการ
  • จัดเตรียมสถานที่ปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัย มีปัญหาในพื้นที่การทำงานแจ้งให้หัวหน้าทราบทันที
  • ถ้าคิดว่าการปฏิบัติงานไม่ปลอดภัย สามารถขอความร่วมมือให้มีการประเมินอันตรายต่อสุขภาพได้จาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ปฏิบัติตามกฎระเบียบในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด  ตลอดเวลาต้องทำงานด้วยความระมัดระวังและ ผู้ปฏิบัติต้องได้รับการฝึกมาอย่างดี
  • ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยตลอดเวลา
  • ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีปัญหาควรปรึกษาหัวหน้างาน  หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
                     องค์ประกอบที่บ่งชี้อันตรายของความเป็นยาพิษที่เกิดจากสารเคมีขึ้นอยู่กับ
              
  • ความไวรับของแต่ละบุคคล
  • อายุ
  • ภาวะโภชนาการ
  • ระยะเวลาของการเกี่ยวข้องสัมผัส
  • ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ เช่น การสัมผัสกับความร้อนจะเสริมให้เกิดอันตรายมากยิ่งขึ้น
                            สารเคมีเข้าสู่ร่างกายโดย
              
  • ทางหายใจเข้าไป
  • โดยการกินเข้าไป
  • สัมผัสทางผิวหนัง
  • ผ่านทางรกจากแม่ถึงลูก
              ความเป็นพิษของสารเคมี   แบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้
              
  • สารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง คัน แสบ ร้อน พุพอง  เช่น กรด ต่างๆ ก๊าซคลอรีน แอมโมเนีย ซัลเฟอร์ไดออกไซด์
  • สารที่ทำให้หมดสติได้ สารเคมีนี้ไปแทนที่ออกซิเจน เช่น  คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน ไซยาไนด์
  • สารเสพติด เป็นสารที่เป็นอันตรายต่อระบบประสาท เช่น สารที่ระเหยได้ง่าย ได้แก่ แอลกอฮอล์เบนซินอะซิโตน อีเทอร์ คลอโรฟอร์ม ทำให้ปวดศีรษะ เวียน มึนงง

  • สารที่เป็นอันตรายต่อระบบการสร้างโลหิต เช่น  ตะกั่วจะไปกดไขกระดูก ซึ่งทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติเกิดโลหิตจาง
  • สารที่เป็นอันตรายต่อกระดูก ทำให้กระดูกเสียรูปร่าง หรือทำให้กระดูกเปราะ  ฟอสฟอรัส แคลเซียม
  • สารที่ทำอันตรายต่อระบบการหายใจ เช่น ปอด  ทำให้เกิดเยื่อพังผืด ไม่สามารถแลกเปลี่ยนกับออกซิเจนได ความจุอากาศในปอดจะน้อยลงทำให้หอบง่าย  เช่น ฝุ่นทราย ฝุ่นถ่านหิน
  • สารก่อกลายพันธ์ ทำอันตรายต่อโครโมโซม  ซึ่งความผิดปกติจะปรากฏให้เห็นในลูกหรือ ชั้นหลาน เช่น สารกัมมันตภาพรังสี  สารฆ่าแมลง โลหะบางชนิด ยาบางชนิด
  • สารก่อมะเร็งทำให้สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ มากเกินความจำเป็นทำให้เกิดเนื้องอกชนิดที่ไม่จำเป็น เช่น สารกัมมันตภาพรังสี สารหนูแอสแบสตอสนิเกิ้ล เวนิลคลอไรด์ เบนซิน
  • สารเคมีที่ทำให้ทารกเกิดความพิการคลอดออกมามีอวัยวะไม่ครบ เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ แขนด้วน ขาด้วนตัวอย่างของสารในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาธาลิโดไมด์ สารตัวทำละลายบางชนิดยาปราบศัตรูพืชบางชนิด
                     สารเคมีที่สั่งซื้อมาใช้ ควรมีฉลากปิดกำกับดังนี้
              
  • ชื่อทางการค้า
  • ชื่อทางเคมี
  • ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตและจำหน่าย
  • สัญลักษณ์อันตราย
  • ลักษณะความเสี่ยง
  • ข้อแนะนำความปลอดภัย
                     นอกจากนี้บริษัทฯ  ควรจะได้มีข้อมูลความปลอดภัยเคมีภัณฑ์ ประกอบด้วย
              
  • ชื่อทางเคมี
  • อันตรายต่อร่างกายและสุขภาพ
  • ทางเข้าสู่ร่างกาย
  • การเฝ้าระวังสุขภาพของคนงาน
  • ระดับที่อนุญาตให้สัมผัสได้
  • ข้อควรระวังในการใช้
  • การควบคุมความปลอดภัยและการปฏิบัติงาน
  • อุปกรณ์อันตรายส่วนบุคคล
  • ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดการรั่วไหล
  • มาตรการฉุกเฉิน

  • การปฐมพยาบาล
  • แหล่งข้อมูลอื่น ๆ
              หลักในการควบคุมและป้องกันอันตราย จากสารเคมี

                  แหล่งกำเนิดของสารเคมี


               
  • ใช้สารที่มีพิษน้อยกว่าแทน
  • เปลี่ยนกระบวนการผลิตใหม่ เช่น ใช้ระบบเปียกแทนระบบแห้ง เพื่อมิให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย
  • แยกกระบวนการผลิตที่มีอันตรายออกต่างหาก
  • สร้างที่ปกปิดกระบวนการผลิตให้มิดชิด มิให้สารเคมีฟุ้งกระจายออกไป
  • ติดตั้งระบบดูดอากาศเฉพาะที่
  • การบำรุงรักษา เครื่องมือ เครื่องจักร
                     ทางผ่านของสารเคมี
               
  • การบำรุงรักษาสถานที่ทำงานให้สะอาดเรียบร้อย
  • การติดตั้งระบบระบายอากาศทั่วไป
  • เพิ่มระยะทางให้ผู้ปฏิบัติห่างจากแหล่งสารเคมี
  • การตรวจหาปริมาณสารเคมีเทียบกับค่ามาตรฐานความปลอดภัยจะต้องปรับปรุง แก้ไขหากสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัย
                     ผู้ปฏิบัติงาน
               
  • การให้การศึกษาและการฝึกอบรมให้ทราบถึงอันตรายและการป้องกัน
  • การลดชั่วโมงการทำงานที่เกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตรายให้น้อยลง
  • การหมุนเวียนหรือการสับเปลี่ยนหน้าที่การปฏิบัติงาน
  • การให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานอยู่ในห้องที่ควบคุมเป็นพิเศษ
  • การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน
  • การใช้เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
                                   การใช้สารเคมี
              
  • ต้องทราบถึงอันตรายของสารเคมีและวิธีการควบคุม
  • ต้องล้างมือทุกครั้งหลังปฏิบัติงานกับสารเคมี
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลเสมอ
  • ทำความสะอาดบริเวณทำงานทุกครั้งหลังเลิกงาน
  • ปิดฝาภาชนะให้แน่นทุกครั้งหลังเลิกใช้
  • อย่า! ใช้ปากดูดสารเคมีแทนลูกยาง
  • จัดเก็บสารเคมีไว้ในที่เย็น อากาศถ่ายเทดี ห่างแหล่งกำเนิดประกายไฟ
  • อย่า! ปฏิบัติงานตามลำพังหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • อย่า! ทดสอบโดยการสูดดมหรือกลืนกิน
              

ข้อมูลจาก shawpat
บริษัท สยามเซฟตี้พลัส จำกัด อุปกรณ์เซฟตี้ |อุปกรณ์ความปลอดภัย|Safety Shoes  
กลับไปรายการกระดานข่าว

เพื่อนบ้าน :อุปกรณ์ความปลอดภัย,safety shoes,safety footwear,กลูต้า